วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

Voicemail on Elastix

Voicemail คือข้อความเสียง เราสามารถฝากข้อความเสียงไว้ได้ถ้าไม่สามารถติดต่อเบอร์ปลายทางนั้นได้ ข้อความเสียงจะถูกบันทึกเป็นไฟล์เสียงเก็บไว้ใน Mailbox ผู้ใช้สามารถกดเข้าไปฟังได้หรือตั้งค่าให้ส่งไฟล์เสียงไปยังอีเมล์ที่ตั้งค่าได้ครับ การตั้งค่าสามารถตั้งค่าให้บันทึกได้จากเบอร์ที่ไม่ได้ออนไลน์ สายไม่ว่าง หรือไม่ได้รับสายตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อมีการโทรเข้ามาจะมีเสียงแจ้งว่า ไม่สามารถติดต่อได้ ระบบจะให้ฝากข้อความไว้ ข้อความที่ถูกฝากไว้จะถูกนำไปเก็บไว้ที่กล่องรับ Voicemail หรือสามารถให้ส่งไปยังอีเมล์แอดเดรสที่ระบุได้ครับ
เปิดใช้งาน Voicemail

1.เข้าเว็บ Elastix และ Login เข้าระบบ


2.เลือก Extension ที่ต้องการเปิดใช้ Voicemail โดยการคลิ๊กที่ PBX และคลิ๊กเบอร์ Extension ทางด้านขวามือ


3.เลื่อนลงมาด้านล่างจนถึงหัวข้อ "Voicemail & Directory" พร้อมทั้งแก้ไขข้อมูลดังรูป


Status = Enabled|Disabled เลือกเป็น Enabled เพื่อเปิดใช้ Voicemail สำหรับเบอร์ Extension นี้
Voicemail Password = ตั้งรหัสผ่าน ตั้งให้เป็นตัวเลข ซึ่งระบบจะถามเมื่อเรากดเข้าไปเช็ค Voicemail
Email Address = อีเมล์แอดเดรสที่ระบบจะส่งข้อความไปแจ้งว่ามี Voicemail ฝากไว้
Pager Email Address = เป็นอีเมล์แอดเดรสของ Pager หรือ Mobile ที่ระบบจะส่งข้อความสั้นๆไปบอกว่ามี Voicemail ฝากไว้
Email Attachement = Yes|No ถ้าเลือกเป็น Yes เวลาที่ระบบส่งข้อความแจ้งไปที่อีเมล์ มันจะส่งไฟล์เสียงไปด้วย
Play CID = Yes|No ถ้าเลือกเป็น Yes ระบบจะบอกด้วยว่าเบอร์ Extension ไหนที่ฝากข้อความไว้ บอกเฉพาะตอนที่กดเข้าไปฟัง
Voicemail Play Envelope = Yes|No ถ้าเลือกเป็น Yes ระบบจะบอกวันที่และเวลาที่ฝาก Voicemail ไว้
Delete Vmail = Yes|No ถ้าเลือกเป็น Yes เมื่อส่งอีเมล์ไปแจ้งแล้วระบบจะลบ Voicemail ทิ้งจาก Mailbox
VM Options = กำหนดออปชั่นเพิ่มเติมให้แก่ Voicemail ของ Extension นี้ เช่น maxmessage=60|review=yes
VM Context = เป็นชื่อ Context ของวอยส์เมล์ ดีฟอลท์มีชื่อว่า default ควรใช้ค่าดีฟอลท์นี้

4. คลิ๊ก "Submit" แล้วอย่าลืมคลิ๊กที่แถบ Apply Configuration Changes Here สีชมพูด้านบนด้วยนะครับเพื่อให้การ Config มีผลทันที

วิธีการเข้าไปเช็ควอยส์เมล์
เรามีวิธีเข้าไปเช็ควอยส์เมล์ก็โดยการกดเบอร์ Extension ที่ระบบกำหนดไว้เป็นเบอร์สำหรับเช็ควอยส์เมล์ ซึ่งค่าเริ่มต้นมีอยู่ด้วยกัน 2 เบอร์ คือ *97 และ *98 ทั้งสองเบอร์นี้แตกต่างกันตรงที่
*97 เมื่อโทรไป ระบบจะไม่ให้เราใส่เบอร์ Extension ที่ต้องการจะเช็คข้อความ โดยระบบจะเดาว่าเราต้องการเช็คข้อความของเบอร์ Extension ที่เราใช้โทรเข้าไป ระบบจะถามแต่พาสเวอร์ด (ถ้าตั้งไว้) เบอร์นี้เหมาะสำหรับโทรจากเครื่องของเราเองครับ
*98 เมื่อเราโทรไปเบอร์นี้ ระบบจะให้ใส่เบอร์ Extension เราก็กดเบอร์ Extension ที่ต้องการจะเช็คข้อความ จากนั้นใส่พาสเวอร์ด (ถ้าตั้งไว้) เบอร์นี้เหมาะกับโทรจากเครื่องไหนก็ได้ครับ
ถ้าไม่ชอบ *97, *98 จะเปลี่ยนก็ได้นะครับ เข้าไปที่เมนู "PBX -> Feature Codes" เลื่อนลงมาล่างสุดจนเห็น "Voicemail"
Dial Voicemail ระบบจะถามเบอร์ Extension ครับ ส่วน My Voicemail ระบบจะไม่ถามเบอร์ Extension ถ้าต้องการแก้ไขจากเบอร์ *97, *98 เป็นเบอร์อื่น ให้คลิ๊กเอาเครื่องหมาย "ถูก" ออกก่อนแล้วจึงแก้ไขเบอร์ครับ
ถ้าต้องการปิดไม่ให้เช็คอีเมล์ได้ ก็เปลี่ยนจาก Enabled เป็น Disabled ครับ
ทำเสร็จก็อย่าลืมคลิ๊กที่ "Submit Changes" แล้วคลิ๊กที่แถบสีชมพูด้านบนด้วยนะคับ ไม่เช่นนั้นจะใช้งานไม่ได้ Elastix มีเมนูสำหรับเข้าไปดู Voicemail ได้ด้วยนะครับ คือเมนู "PBX -> Voicemails"


การตั้งค่าเงื่อนไขการใช้ Voicemail
คงยังจำได้นะครับว่าเงื่อนไขที่ระบบจะโอนสายเข้า  Voicemail นั้น มีอยู่ด้วยกัน 3 กรณีคือ
1. เมื่อ Extension ไม่ได้ออนไลน์ (Unavailable)
2. เมื่อ Extension สายไม่ว่าง (Busy)
3. เมื่อ Extension ไม่ได้รับสายภายในเวลาที่กำหนด (No Answer)

สองกรณีแรกก็ตรงไปตรงมาครับ แล้วกรณีที่ 3 หล่ะ ไปเซ็ตกันตรงไหนว่าถ้าไม่ได้รับสายภายในเวลาที่กำหนดให้โอนสายเข้าวอยส์เมล์ เข้าเมนู "PBX -> PBX Configuratoin" แล้วคลิ๊กที่ "General Settings" ครับ


"Ringtime Default" นี่คือระยะเวลาที่หาก Extension ไม่รับสายระบบจะโอนเข้า Voicemail หน่วยเป็นวินาทีครับ

การเปลี่ยนเสียงก่อนฝากข้อความใน Voicemail
ท่านที่เคยใช้ Voicemail บน Elastix คงจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับเสียงที่ได้ยินเวลาเราโทรไปหาเบอร์ Extension (ที่เปิดใช้งาน Voicemail) ที่ไม่รีจิสเตอร์ สายไม่ว่าง หรือไม่รับสาย
เสียงที่ผมว่านี้ก็คือเสียงข้อความภาษาอังกฤษว่า "The person an extension x x x is unavailable" หรือ "The person an extension x x x is on the phone" และก็จะตามด้วย "Please leave message after the tone..." โดยเสียงที่สองนี้สามารถปิดได้นะครับ โดยเข้าเมนู "PBX -> PBX Configuratoin" คลิ๊กที่ "General Settings" แล้วคลิ๊กเลือก Do Not Play "please leave message after tone" to caller ครับ
หากเราต้องการเปลี่ยนเสียงแรก The person an extension .... ให้เป็นเสียงของเราเอง ก็เป็นไปได้นะครับ
โดย Elastix ให้เราเปลี่ยนเสียงได้โดยการโทรเข้าไปบันทึก วิธีการก็คือใช้เบอร์ Extension ของตัวเองโทรไปยังเบอร์เช็ค Voicemail โทรได้ทั้งสองเบอร์เลยครับไม่ว่าจะเป็น *97 หรือ *98
หลังจากใส่พาสเวอร์ดแล้ว ให้กด 0 เข้าสู่กระบวนการบันทึกเสียงต่อไป ซึ่งมีให้เลือกหลายข้ออยู่ เช่น
กด 1 บันทึกเสียงเมื่อ Unavailable
กด 2 บันทึกเสียงเมื่อ Busy
กด 3 บันทึกชื่อตัวเอง
กด 4 บันทึกเสียงต้อนรับ
กด 5 เปลี่ยน Password ของ Voicemail
กด * ย้อนกลับสู่เมนูหลัก
ถ้าฟังไม่ทันก็กด 0 ใหม่อีกรอบครับ

เมื่อบันทึกเสียงเสร็จแล้ว Asterisk จะเก็บเสียงของเราไว้ในโฟลเดอร์ /var/spool/asterisk/voicemail/default/XXXX  โดยที่ XXXX เป็นเบอร์ Voicemail
ไฟล์เสียงที่ได้จะมีไฟล์ *.wav และ *.WAV เป็นชื่อเดียวกันโดยไฟล์ .wav จะมีขนาดใหญ่กว่าครับ
ไฟล์เสียง unavail.wav และ unavail.WAV เป็นเสียงตอน Unavailable
ไฟล์เสียง busy.wav และ busy.WAV เป็นเสียงตอน Busy
ไฟล์ greet.wav และ greet.WAV เป็นเสียงตอนบันทึกชื่อตัวเอง
ไฟล์ temp.wav และ temp.WAV เป็นเสียงข้อความต้อนรับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น