แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Apple fixes แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Apple fixes แสดงบทความทั้งหมด

14/02/2568

Apple แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีที่มีความซับซ้อนสูง


    Apple ออกแพตซ์อัปเดตด้านความปลอดภัยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ซึ่งบริษัทระบุว่ากำลังถูกใช้ในการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมาย และมีความซับซ้อนสูง
บริษัทเปิดเผยในคำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน iPhone และ iPad ว่า "การโจมตีแบบ physical อาจทำให้สามารถ disable USB Restricted Mode บนอุปกรณ์ที่ถูกล็อกได้"
"Apple รับทราบช่องโหว่ที่ถูกใช้ในการโจมตีที่มีความซับซ้อนสูงต่อบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง"
    USB Restricted Mode เป็นฟีเจอร์ความปลอดภัย (เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเกือบ 7 ปีที่แล้วใน iOS 11.4.1) ที่บล็อกอุปกรณ์เสริม USB ไม่ให้สามารถสร้างการเชื่อมต่อข้อมูล หากอุปกรณ์ถูกล็อกไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อป้องกัน forensic software เช่น Graykey และ Cellebrite (ซึ่งถูกใช้โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย) จากการดึงข้อมูลจากอุปกรณ์ iOS ที่ถูกล็อค
    ในเดือนพฤศจิกายน Apple ได้แนะนำฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ที่ถูกเรียกว่า "inactivity reboot" ซึ่งจะรีสตาร์ท iPhone โดยอัตโนมัติหลังจากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน เพื่อเข้ารหัสข้อมูลใหม่ และทำให้การดึงข้อมูลด้วย forensic software ทำได้ยากขึ้น
    ช่องโหว่ Zero-day CVE-2025-24200 ถูกรายงานโดย Bill Marczak จาก Citizen Lab ที่ Appleได้ออกแพตช์แก้ไขในวันนี้เป็นปัญหาด้านการ authorization ซึ่งได้รับการแก้ไขใน iOS 18.3.1, iPadOS 18.3.1 และ iPadOS 17.7.5 ด้วยการปรับปรุงการจัดการสถานะให้ดียิ่งขึ้น


อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ Zero-day นี้ ประกอบด้วย
  • iPhone XS และรุ่นที่ใหม่กว่า
  • iPad Pro ขนาด 13 นิ้ว, iPad Pro ขนาด 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 3 และใหม่กว่า, iPad Pro ขนาด 11 นิ้ว รุ่นที่ 1 และใหม่กว่า, iPad Air รุ่นที่ 3 และใหม่กว่า, iPad รุ่นที่ 7 และใหม่กว่า และ iPad mini รุ่นที่ 5 และใหม่กว่า
  • iPad Pro ขนาด 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 2, iPad Pro ขนาด 10.5 นิ้ว, และ iPad รุ่นที่ 6
    แม้ว่าช่องโหว่นี้จะถูกใช้โจมตีแบบเฉพาะเจาะจง แต่ขอแนะนำให้ติดตั้งแพตซ์อัปเดตความปลอดภัยทันที เพื่อป้องกันความพยายามในการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น
    แม้ว่า Apple ยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีที่เกิดขึ้นจริงในวงกว้าง แต่นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Citizen Lab เปิดเผยช่องโหว่ Zero-day กำลังถูกใช้ในการโจมตีด้วยสปายแวร์แบบกำหนดเป้าหมายต่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง เช่น นักข่าว, นักการเมืองฝ่ายค้าน และผู้เห็นต่างทางการเมือง
    Citizen Lab ได้เปิดเผยช่องโหว่ Zero-day อีกสองรายการ (CVE-2023-41061 และ CVE-2023-41064) ซึ่ง Apple ได้แก้ไขในการอัปเดตความปลอดภัยเร่งด่วนในเดือนกันยายน 2023 และถูกใช้ในการโจมตีแบบ zero-click exploit chain ที่เรียกว่า BLASTPASS เพื่อทำการแพร่กระจายสปายแวร์ Pegasus ของกลุ่ม NSO
    ในปี 2024 บริษัทได้แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกใช้ในการโจมตีอย่างต่อเนื่องจำนวน 6 รายการ ได้แก่ ช่องโหว่แรกในเดือนมกราคม, สองช่องโหว่ในเดือนมีนาคม, ช่องโหว่ที่สี่ในเดือนพฤษภาคม และอีกสองช่องโหว่ในเดือนพฤศจิกายน
ในปี 2023 Apple ได้แก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกใช้ในการโจมตีจริงจำนวน 20 รายการ ได้แก่
  • ช่องโหว่ Zero-day (CVE-2023-42916 และ CVE-2023-42917) ในเดือนพฤศจิกายน
  • ช่องโหว่ Zero-day (CVE-2023-42824 และ CVE-2023-5217) ในเดือนตุลาคม
  • ช่องโหว่ Zero-day (CVE-2023-41061, CVE-2023-41064, CVE-2023-41991, CVE-2023-41992 และ CVE-2023-41993) ในเดือนกันยายน
  • ช่องโหว่ Zero-day (CVE-2023-37450 และ CVE-2023-38606) ในเดือนกรกฎาคม
  • ช่องโหว่ Zero-day (CVE-2023-32434, CVE-2023-32435 และ CVE-2023-32439) ในเดือนมิถุนายน
  • ช่องโหว่ Zero-day (CVE-2023-32409, CVE-2023-28204 และ CVE-2023-32373) ในเดือนพฤษภาคม
  • ช่องโหว่ Zero-day (CVE-2023-28206 และ CVE-2023-28205) ในเดือนเมษายน
  • ช่องโหว่ WebKit Zero-day (CVE-2023-23529) ในเดือนกุมภาพันธ์

06/03/2567

Apple ได้แก้ไขช่องโหว่ iOS ที่เกิดขึ้นสองช่องโหว่

    Apple ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยฉุกเฉินเพื่อแก้ไขช่องโหว่ zero-day iOS สองช่องโหว่ที่ถูกใช้ในการโจมตี iphone ในรายงานการให้คําปรึกษาที่ออกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาบริษัทกล่าวว่า"แอ็ปเปิ้ลรู้ว่ามีรายงานว่าปัญหานี้อาจถูกใช้ประโยชน์

   ช่องโหว่ทั้งสองนี้ถูกค้นพบใน Kernel iOS CVE-2024-23225 และRTK CVE-2024-23296  ซึ่งทั้งสองช่องโหว่ช่วยทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีมีความสามารถในสิทธิ์การอ่าน เขียน Kernel ภายในระบบ สามารถหลีกเลี่ยงการป้องกันหน่วยความจํา Kernel 

    Apple  ได้แก้ไขข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้  iOS17.4,  iPadOS 17.4,  iOS 16.76,  iPad 16.7.6  และรายการอุปกรณ์ Apple รุ่นที่ได้รับผลกระทบ

            iPhone XS และรุ่นที่สูงกว่า, iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X, iPad 5th generation, iPad Pro 9.7-inch, and iPad Pro 12.9-inch 1st generation

            iPad Pro 12.9-inch 2nd generation  และรุ่นที่สูงกว่า  iPad Pro 10.5-inch,  iPad Pro 11-inch 1st generation และรุ่นที่สูงกว่า,  iPad Air 3rd generation และรุ่นที่สูงกว่า,  iPad 6th generation และรุ่นที่สูงกว่า, iPad mini 5th generation และรุ่นที่สูงกว่า

    Apple ไม่ได้เปิดเผยว่าข้อมูลผู้ค้นพบช่องโหว่ zero-day และไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ iOS zero-day ในการโจมตีด้วย spy-ware ไปที่รัฐบาล และบุคคลทางการเมืองของประเทศ จากการโจมตีนี้ผู้ไม่ประสงค์ดีมีการกําหนดเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง แต่ว่าทาง Apple ประกาศให้อัปเดตความปลอดภัยโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

    ช่องโหว่ zero-day ที่เกิดขึ้นใหม่เกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2024 และทาง Apple ได้มีดำเนินการแก้ไขทั้งหมด 20 ช่องโหว่ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาได้แก่

            twozero-days (CVE-2023-42916 and CVE-2023-42917)ในเดือนพฤศจิกายน

            twozero-days (CVE-2023-42824 and CVE-2023-5217) ในเดือนตุลาคม

      fivezero-days (CVE-2023-41061, CVE-2023-41064, CVE-2023-41991, CVE-2023-41992, and CVE-2023-41993)  ในเดือนกันยายน

            two zero-days (CVE-2023-37450 and CVE-2023-38606)ในเดือนกรกฎาคม

            threezero-days (CVE-2023-32434, CVE-2023-32435, and CVE-2023-32439) ในเดือนมิถุนายน

            threemore zero-days (CVE-2023-32409, CVE-2023-28204, and CVE-2023-32373) ในเดือนพฤษภาคม

            twozero-days (CVE-2023-28206 and CVE-2023-28205) ในเดือนเมษายน

            และ WebKit zero-day (CVE-2023-23529) ในเดือนกุมภาพันธ์

 

Ref : bleepingcomputer



28/10/2565

Apple Releases Patch for New Actively Exploited iOS and iPadOS Zero-Day Vulnerability

Apple ออกอัปเดต Patch iOS 16.1 และ iPadOS 16 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีขณะนี้ ซึ่งเป็นช่องโหว่บน iOS และ iPadOSโดยช่องโหว่หลักที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีอยู่ในปัจจุบัน เป็นช่องโหว่หมายเลข CVE-2022-42827 ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เกิดจาก Out-of-bounds write บน Kernel ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่อาจถูกใช้โดยแอปพลิเคชั่นที่เป็นอันตรายเพื่อสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้

อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจะมีตั้งแต่ iPhone 8 หรือสูงกว่า, iPad Pro ทุกรุ่น, iPad Air 3 หรือสูงกว่า, iPad 5 หรือสูงกว่า, และ iPad mini 5 หรือสูงกว่าและในการออกอัปเดต Patch ยังมีการแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาอีก 8 รายการ ดังนี้

CVE-2022-22587 (IOMobileFrameBuffer) – เป็นช่องโหว่ที่ทำให้แอปพลิเคชันที่เป็นอันตรายสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้โดย Kernel privileges

CVE-2022-22594 (WebKit Storage) – เว็บไซต์อาจสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญของผู้ใช้งานได้

CVE-2022-22620 (WebKit) – การประมวลผลเนื้อหาของเว็ปไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อประสงค์ร้าย อาจทำให้เกิดการรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้

CVE-2022-22674 (Intel Graphics Driver) – ทำให้แอปพลิเคชันสามารถอ่านหน่วยความจำ Kernel ได้

CVE-2022-22675 (AppleAVD) – แอปพลิเคชันอาจสามารถรันโค้ดได้ตามที่ต้องการด้วย Kernel privileges

CVE-2022-32893 (WebKit) – การประมวลผลเนื้อหาของเว็ปไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อประสงค์ร้าย อาจทำให้เกิดการรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้

CVE-2022-32894 (Kernel) – แอปพลิเคชันอาจสามารถรันโค้ดได้ตามที่ต้องการด้วย Kernel privileges

CVE-2022-32917 (Kernel) – แอปพลิเคชันอาจสามารถรันโค้ดได้ตามที่ต้องการด้วย Kernel privileges

13/09/2565

Apple fixes eighth zero-day used to hack iPhones and Macs this year

 

Apple ได้แก้ไข Zero-day เป็นครั้งที่แปดในรอบปี บนอุปกรณ์ iPhone และ Mac

    Apple ได้ออกเผยแพร่การ Update ปัญหาด้านความปลอดภัยล่าสุดที่ได้รับการแก้ไขเป็นครั้งที่ 8 ในรอบปีซึ่งปัญหาในการโจมตีดังกล่าวถูกพบบนอุปกรณ์ iPhone และ MAC
    ในการเปิดเผยของ Apple ว่าพวกเขาทราบรายงานที่ระบุว่ามีความบกพร่องด้านความปลอดภัยนี้ อาจจะถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยถูกใช้โดยกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดี
  • ช่องโหว่แรกถูกติดตามเป็นเลข (CVE-2022-32917) ที่อนุญาตให้ Application ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสร้างขึ้นและสามารถรันคำสั่งที่แฝงไว้ได้โดยอัตโนมัติด้วย Kernel
  • ช่องโหว่ที่สองถูกติดตามเป็นเลข (CVE-2022-32894) ที่เป็นช่องโหว่ที่ช่วยให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถรันคำสั่งจากระยะไกลโดยหลอกล่อให้เป้าหมายไปที่เว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อประสงค์ร้ายภายใต้การควบคุมของผู้ไม่ประสงค์ดี
    มีผู้เชี่ยวชาญด้านความปอลดภัยรายหนึ่ง(ไม่เอยนาม) ได้รายงานไปยัง Apple ถึงอุปกรณ์ที่อาจจะได้รับผลกระทบประกอบด้วย
  • iPhone 6s และใหม่กว่า
  • iPad Pro (ทุกรุ่น)
  • iPad Air 2 และใหม่กว่า
  • iPad รุ่นที่ 5 และใหม่กว่า
  • iPad mini 4 และใหม่กว่า
  • iPod touch (รุ่นที่ 7)
  • Mac ที่ใช้ macOS Big Sur 11.7
  • macOS Monterey 12.6
แนะนำให้ทำการอัพเดท Patch ล่าสุดจากทาง Apple ให้กลุ่มผู้ใช้ได้ดำเนินการแก้ไขอุปกรณ์ของตนให้ได้มากที่สุดก่อนที่ผู้ไม่ประสงค์ดีจะพัฒนาช่องโหว่ของตนเองและเริ่มปรับใช้ในการโจมตีที่กำหนดเป้าหมายไปยัง iPhone และ Mac ที่มีช่องโหว่
แพทซ์ที่แนะนำให้อัพเดทมีดังนี้
  • iOS 15.7 (เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่พบ)
  • iPadOS 15.7
  • macOS Monterey 12.6
  • macOS Big Sur 11.7