แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ crypto แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ crypto แสดงบทความทั้งหมด

22/11/2566

Randstorm Exploit ทำให้ Bitcoin Wallets ระหว่างปี 2011-2015 เสี่ยงต่อการถูกขโมยโดยผู้ไม่ประสงค์ดี


    Bitcoin wallets ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 2011-2015 มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Randstorm ซึ่งทำให้สามารถกู้คืนรหัสผ่าน และเข้าถึงข้อมูลใน wallets ได้บนแพลตฟอร์ม blockchain หลายแห่ง
    ตามรายงานของ Unciphered ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Randstorm() ถูกสร้างขึ้นเพื่ออธิบายชุดของช่องโหว่, design decisions และการเปลี่ยนแปลง API เมื่อนำมารวมกันแล้วจะลดคุณภาพของ random numbers ที่สร้างโดยเว็บเบราเซอร์ในช่วงปี 2011-2015
    จำนวนบิตคอยน์ประมาณ 1.4 ล้านบิตคอยน์ ที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน wallets ที่สร้างด้วย cryptographic keys ที่คาดเดาได้ง่าย โดยผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบว่า wallets ของตนมีความเสี่ยงหรือไม่ได้ที่ keybleed
บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการกู้คืน cryptocurrency ระบุว่า ได้ค้นพบปัญหานี้อีกครั้งในเดือนมกราคม 2022 ขณะที่กำลังทำการตรวจสอบให้กับลูกค้าที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ ซึ่งถูกล็อคจาก Blockchain.com wallet ปัญหานี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี 2018 โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ใช้ชื่อนามแฝงว่า "ketamine"
จุดสำคัญของช่องโหว่นี้เกิดจากการใช้ BitcoinJS ซึ่งเป็นแพ็คเกจ JavaScript โอเพนซอร์สที่ใช้สำหรับพัฒนาแอพพลิเคชัน cryptocurrency wallet บนเบราว์เซอร์
    โดยเฉพาะ Randstorm มีต้นต่อมาจากการใช้ฟังก์ชัน SecureRandom() ของแพ็คเกจในไลบรารี JSBN javascript พร้อมกับช่องโหว่ด้านการเข้ารหัสที่เกิดขึ้น ในการดำเนินการฟังก์ชัน Math.random() ของเว็บเบราว์เซอร์ ทำให้สามารถสร้าง Math.random() function ได้ โดย BitcoinJS ยกเลิกการใช้ JSBN ในเดือนมีนาคม 2014
    ดังนั้นปัญหานี้ อาจนำไปสู่การทำ brute-force attacks และกู้คืน private keys ของ wallet ที่สร้างขึ้นด้วยไลบรารี BitcoinJS ซึ่ง wallet ที่ง่ายที่สุดในการ crack คือ wallet ที่สร้างขึ้นก่อนเดือนมีนาคม 2012
การค้นพบครั้งนี้ทำให้เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับพฤติกรรมของ open-source dependencies และวิธีการที่ช่องโหว่ในไลบรารีพื้นฐานเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้าน cascading supply chain ได้ เหมือนกับที่ได้เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ในกรณีของ Apache Log4j ในช่วงปลายปี 2021
    Unciphered ระบุว่า ช่องโหว่นี้ถูกนำมาใส่ใน Wallet ที่สร้างด้วยซอฟต์แวร์อยู่แล้ว และจะอยู่ตลอดไปจนกว่าจะย้ายเงินไปยัง wallet ใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยซอฟต์แวร์ตัวใหม่

24/04/2566

พบผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ประโยชน์ Kubernetes RBAC ในการใช้เพื่อขุด Cryptocurrency


    รูปแบบการโจมตีที่ถูกค้นพบล่าสุดนั้น เป็นการใช้ประโยชน์จากคลัสเตอร์ Kubernetes – Role-Based Access Control หรือ K8s RBAC เพื่อสร้างแบ็คดอร์และรัน Cryptocurrency โดยใช้ DaemonSets เข้ามาช่วยในการดำเนินการโจมตี
    การโจมตีเริ่มต้นโดยผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ API ที่กำหนดค่าไม่ถูกต้อง จากนั้นจะใช้ดำเนินการ Malware miner บนเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกโจมตี และต่อมาจะใช้ RBAC เพื่อตั้งค่าการคงอยู่ในระบบของเหยื่อ ในการโจมตีนั้น ถูกตรวจพบจากฮันนี่พอตของ K8s ซึ่งผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามสร้างคีย์การเข้าถึง AWS เพื่อเข้าไปในระบบ, ขโมยข้อมูล และพยายามหลุดออกจากขอบเขตของคลัสเตอร์ K8s


  ขั้นตอนสุดท้ายของการโจมตีผู้ไม่ประสงค์ดีจะสร้าง DaemonSet เพื่อปรับใช้อิมเมจ   คอนเทนเนอร์ที่โฮสต์อยู่บน Docker : (“kuberntesio/kube-controller:1.0.1”) บนโหนดทั้งหมด โดยคอนเทนเนอร์ที่ถูกดึงออกมา 14,399 ครั้ง นับตั้งแต่อัปโหลดเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว จะมี Cryptocurrency อยู่ด้วย
อิมเมจคอนเทนเนอร์ชื่อ ‘kuberntesio/kube-controller’ จะถูกเขียนขึ้นเพื่อแอบอ้างเป็นบัญชี ‘kubernetesio’ และยังเลียนแบบอิมเมจคอนเทนเนอร์ ‘kube-controller-manager’ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของการควบคุมการทำงานภายใน Pod บนโหนดหลักทุกโหนด โดยมีหน้าที่ตรวจจับและตอบสนองต่อความผิดปกติของโหนด
   จุดสังเกตที่น่าสนใจของกลวิธีบางอย่างในรูปแบบมีความคล้ายคลึงกับการดำเนินการขุด cryptocurrency ที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งใช้ประโยชน์จาก DaemonSets เพื่อขุด Dero และ Monero แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการโจมตีทั้ง 2 ชุดมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

คำแนะนำ
  • ควรกำหนดสิทธิ์และจำกัดการเข้าถึง Resources ของ Root User 
  • ควรบล็อคโดเมนที่ทำ Coin Mining ในไฟล์โฮสต์ 
  • ควรเปิดใช้งาน AWS MFA หรือ Multi Factor Authentication 
  • ควรตรวจสอบ Policy ที่ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ