แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ WPS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ WPS แสดงบทความทั้งหมด

02/09/2567

ช่องโหว่บน WPML Plugin ระดับ Critical ใน WordPress เสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ Remote Code Execution


    มีการเปิดเผยช่องโหว่ ระดับ critical ของ WPML WordPress multilingual plugin โดยเป็นช่องโหว่ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถรันโค้ดบางอย่างจากระยะไกลได้
    ช่องโหว่ดังกล่าวมีหมายเลข CVE-2024-6386 (คะแนน CVSS: 9.9) ส่งผลกระทบต่อปลั๊กอินทุกเวอร์ชั่นจนถึงเวอร์ชัน 4.6.13 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา
    ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นจากการไม่ได้ตรวจสอบ input validation ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีที่ผ่านการยืนยันตัวตนมีสิทธิ์เข้าถึง Contributor-level หรือสิทธิ์ที่สูงกว่า และสามารถเรียกใช้โค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้

    โดย WPML เป็นปลั๊กอินที่ได้รับความนิยมที่ใช้สร้างเว็บไซต์ WordPress หลายภาษา ซึ่งมีการติดตั้งโปรแกรม และใช้งานมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง
    ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของ stealthcopter ซึ่งเป็นผู้ค้นพบ และรายงานช่องโหว่ CVE-2024-6386 ระบุว่าปัญหาอยู่ที่การจัดการกับ shortcodes ของ plugin ที่ใช้สำหรับแทรกเนื้อหาการโพสต์ เช่น เสียง รูปภาพ และวิดีโอ
    โดยระบุว่า ปลั๊กอินนี้ใช้เทมเพลต Twig เพื่อแสดงเนื้อหาใน shortcodes แต่ไม่สามารถจัดการกับ input ได้ ซึ่งทำให้เกิด server-side template injection (SSTI) ได้
    SSTI (Server-Side Template Injection) เกิดขึ้นเมื่อผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ native template syntax เพื่อแฝงเนื้อหาที่เป็นอันตรายลงในเทมเพลตเว็บ จากนั้นจะรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์จนทำให้เกิดช่องโหว่ และส่งผลให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าควบคุมเครื่องที่ถูกโจมตีได้
    OnTheGoSystems ของปลั๊กอิน WPML ระบุว่า การอัปเดตนี้แก้ไขช่องโหว่ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์บางอย่างจะไม่สามารถใช้งานได้เหมือนเดิม แต่ปัญหานี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากผู้ใช้ต้องมีสิทธิ์แก้ไขใน WordPress และเว็บไซต์ต้องมีการตั้งค่าที่เฉพาะเจาะจง

คำแนะนำ
ให้ผู้ใช้งานปลั๊กอินทำการอัปเดตแพตช์ล่าสุดเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

30/08/2567

กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีจากเกาหลีใต้ APT-C-60 ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ zero-day ใน WPS Office เพื่อติดตั้ง Malware


กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีเกาหลีใต้ APT-C-60 ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ zero-day ในการเรียกใช้โค้ดใน WPS Office รุ่น Windows เพื่อติดตั้งโปรแกรมที่เป็นอันตรายที่ชื่อว่า SpyGlace บนเป้าหมายในเอเชียตะวันออก
WPS Office เป็นชุดซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานที่พัฒนาโดยบริษัท Kingsoft ของจีน ซึ่งได้รับความนิยมในเอเชีย มีรายงานว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก
ช่องโหว่ zero-day ที่ถูกติดตามในชื่อ CVE-2024-7262 ได้ถูกใช้ในการโจมตีในโลกความจริงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2024 แต่ส่งผลกระทบต่อรุ่นตั้งแต่ 12.2.0.13110 (สิงหาคม 2023) ถึง 12.1.0.16412 (มีนาคม 2024)
Kingsoft ได้แก้ไขปัญหาอย่างเงียบๆ ในเดือนมีนาคมปีนี้ โดยไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้ประโยชน์อยู่ ส่งผลให้ ESET ซึ่งเป็นผู้ค้นพบแคมเปญและช่องโหว่นี้ได้เผยแพร่รายงานรายละเอียดในวันนี้
นอกจาก CVE-2024-7262 แล้ว การสืบสวนของ ESET ยังเผยถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรงอีกหนึ่งรายการที่ถูกติดตามในชื่อ CVE-2024-7263 ซึ่ง Kingsoft ได้แก้ไขในปลายเดือนพฤษภาคม 2024 ด้วยเวอร์ชัน 12.2.0.17119
การโจมตีโดย APT-C-60
CVE-2024-7262 อยู่ในวิธีการที่ซอฟต์แวร์จัดการกับตัวจัดการโปรโตคอลที่กำหนดเอง โดยเฉพาะ 'ksoqing://' ซึ่งอนุญาตให้เรียกใช้แอปพลิเคชันภายนอกผ่าน URL ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะภายในเอกสาร
เนื่องจากการตรวจสอบและการกรอง URL เหล่านี้ไม่ถูกต้อง ช่องโหว่นี้จึงอนุญาตให้ผู้โจมตีสามารถสร้างไฮเปอร์ลิงก์ที่เป็นอันตรายซึ่งนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดที่กำหนดเองได้
APT-C-60 ได้สร้างเอกสารสเปรดชีต (ไฟล์ MHTML) ที่ฝังไฮเปอร์ลิงก์ที่เป็นอันตรายภายใต้รูปภาพลวงเพื่อล่อให้เหยื่อคลิก ซึ่งจะทำให้เกิดการโจมตี
พารามิเตอร์ URL ที่ถูกประมวลผลรวมถึงคำสั่งที่เข้ารหัสเป็น base64 เพื่อเรียกใช้ปลั๊กอินเฉพาะ (promecefpluginhost.exe) ที่พยายามโหลดไฟล์ DLL ที่เป็นอันตราย (ksojscore.dll) ซึ่งมีโค้ดของผู้โจมตีอยู่
DLL นี้คือส่วนประกอบดาวน์โหลดของ APT-C-60 ที่ออกแบบมาเพื่อดึงโหลดที่เป็นอันตรายสุดท้าย (TaskControler.dll) จากเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี ซึ่งเป็น backdoor แบบกำหนดเองที่ชื่อว่า 'SpyGlace'


ขอแนะนำให้ผู้ใช้ WPS Office อัปเกรดไปใช้เวอร์ชันล่าสุดโดยเร็วที่สุด หรืออย่างน้อยเวอร์ชัน 12.2.0.17119 เพื่อแก้ไขปัญหาช่องโหว่ในการเรียกใช้โค้ดทั้งสองรายการ
"การโจมตีนั้นฉลาดล้ำเพราะมันมีความสามารถในการหลอกลวงให้ผู้ใช้คลิกที่สเปรดชีตที่ดูเหมือนถูกต้อง ในขณะที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูงมาก" ESET เตือนในรายงาน
"การเลือกใช้รูปแบบไฟล์ MHTML ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปลี่ยนช่องโหว่ในการเรียกใช้โค้ดให้เป็นการโจมตีระยะไกลได้"
ตรวจสอบที่เก็บข้อมูลบน GitHub นี้สำหรับรายการเต็มของตัวบ่งชี้การถูกโจมตี (IoCs) ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของ APT-C-60