22/11/2566

Google แจ้งเตือนผู้ไม่ประสงค์ดีกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ Zimbra ในการโจมตีองค์กรภาครัฐ


   ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2023-37580 ที่มีระดับความรุนแรงปานกลาง ซึ่งถูกพบเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2023 เกือบหนึ่งเดือนก่อนที่ผู้ให้บริการจะออกแพตซ์แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวในเวอร์ชัน 8.8.15 Patch 41 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2023 โดยเป็นช่องโหว่ XSS (cross-site scripting) ที่อยู่ใน Zimbra Classic Web Client

Timeline การโจมตี และการตอบสนองต่อการโจมตี

    นักวิจัยระบุว่า ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่โจมตีระบบของรัฐบาลหลาย ๆ ประเทศ เพื่อขโมยข้อมูลอีเมล ข้อมูล credentials ของผู้ใช้งาน และ authentication tokens เพื่อดำเนินการส่งต่ออีเมล และนำเหยื่อไปยังหน้าฟิชชิ่ง
    Google พบว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดี 4 ราย ใช้ช่องโหว่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2023 เพื่อโจมตีองค์กรของรัฐบาลในประเทศกรีซ
    ผู้ไม่ประสงค์ดีได้ส่งอีเมลที่มี URL ที่เป็นอันตรายที่ทำให้สามารถขโมยข้อมูลอีเมล และดำเนินการส่งต่ออีเมลได้โดยอัตโนมัติไปยังที่อยู่ที่ควบคุมโดยผู้โจมตี
   โดย Zimbra ออก Hot Fix สำหรับแก้ไขช่องโหว่ฉุกเฉินบน GitHub ภายหลังจากที่นักวิเคราะห์ของ Google แจ้งเตือนถึงเหตุการณ์การโจมตีดังกล่าว
การโจมตีครั้งที่ 2 ถูกพบเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2023 โดยผู้ไม่ประสงค์ดีที่เป็นที่รู้จักในชื่อ "Winter Vivern" ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปที่องค์กรภาครัฐในมอลโดวา และตูนิเซีย โดย URL ที่ใช้ในการโจมตีครั้งนี้จะโหลด JavaScript ที่เป็นอันตรายบนระบบเป้าหมาย
    วันที่ 13 กรกฎาคม Zimbra ได้เผยแพร่คำแนะนำด้านความปลอดภัยที่แนะนำการลดผลกระทบจากช่องโหว่ แต่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ไม่ประสงค์ดีที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าว
การโจมตีครั้งที่ 3 ถูกพบเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2023 จากกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีที่ไม่ปรากฏชื่อ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่องค์กรรัฐบาลเวียดนาม โดยการโจมตีเหล่านี้ใช้ URL เพื่อนำเหยื่อไปยังหน้าฟิชชิ่ง
ห้าวันต่อมา Zimbra ก็ได้ออกแพตซ์อย่างเป็นทางการสำหรับ CVE-2023-37580 แต่ยังคงไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีที่กำลังดำเนินการอยู่
    การโจมตีครั้งที่ 4 ถูกพบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม โดยผู้ไม่ประสงค์ดีได้ศึกษาช่องโหว่เพิ่มเติม หลังจากที่ผู้ให้บริการทำการออกแพตซ์เพื่อแก้ไข โดยช่องโหว่นี้ถูกใช้ประโยชน์เพื่อโจมตีระบบขององค์กรรัฐบาลปากีสถานเพื่อขโมย authentication tokens ของ Zimbra


    รายงานของ Google ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้โจมตี แต่ยังคงแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานทราบถึงความสําคัญของการอัปเดตแพตซ์ด้านความปลอดภัย แม้ว่าจะเป็นช่องโหว่ระดับความรุนแรงปานกลาง เนื่องจากมีการพบการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในการโจมตีอยู่ในปัจจุบัน
    การโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ CVE-2023-37580 เป็นหนึ่งในหลายตัวอย่างของช่องโหว่ XXS ที่ใช้ในการโจมตีอีเมลเซิร์ฟเวอร์ เช่น CVE-2022-24682 และ CVE-2023-5631 ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Zimbra และ Roundcube

Randstorm Exploit ทำให้ Bitcoin Wallets ระหว่างปี 2011-2015 เสี่ยงต่อการถูกขโมยโดยผู้ไม่ประสงค์ดี


    Bitcoin wallets ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 2011-2015 มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Randstorm ซึ่งทำให้สามารถกู้คืนรหัสผ่าน และเข้าถึงข้อมูลใน wallets ได้บนแพลตฟอร์ม blockchain หลายแห่ง
    ตามรายงานของ Unciphered ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Randstorm() ถูกสร้างขึ้นเพื่ออธิบายชุดของช่องโหว่, design decisions และการเปลี่ยนแปลง API เมื่อนำมารวมกันแล้วจะลดคุณภาพของ random numbers ที่สร้างโดยเว็บเบราเซอร์ในช่วงปี 2011-2015
    จำนวนบิตคอยน์ประมาณ 1.4 ล้านบิตคอยน์ ที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน wallets ที่สร้างด้วย cryptographic keys ที่คาดเดาได้ง่าย โดยผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบว่า wallets ของตนมีความเสี่ยงหรือไม่ได้ที่ keybleed
บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการกู้คืน cryptocurrency ระบุว่า ได้ค้นพบปัญหานี้อีกครั้งในเดือนมกราคม 2022 ขณะที่กำลังทำการตรวจสอบให้กับลูกค้าที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ ซึ่งถูกล็อคจาก Blockchain.com wallet ปัญหานี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี 2018 โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ใช้ชื่อนามแฝงว่า "ketamine"
จุดสำคัญของช่องโหว่นี้เกิดจากการใช้ BitcoinJS ซึ่งเป็นแพ็คเกจ JavaScript โอเพนซอร์สที่ใช้สำหรับพัฒนาแอพพลิเคชัน cryptocurrency wallet บนเบราว์เซอร์
    โดยเฉพาะ Randstorm มีต้นต่อมาจากการใช้ฟังก์ชัน SecureRandom() ของแพ็คเกจในไลบรารี JSBN javascript พร้อมกับช่องโหว่ด้านการเข้ารหัสที่เกิดขึ้น ในการดำเนินการฟังก์ชัน Math.random() ของเว็บเบราว์เซอร์ ทำให้สามารถสร้าง Math.random() function ได้ โดย BitcoinJS ยกเลิกการใช้ JSBN ในเดือนมีนาคม 2014
    ดังนั้นปัญหานี้ อาจนำไปสู่การทำ brute-force attacks และกู้คืน private keys ของ wallet ที่สร้างขึ้นด้วยไลบรารี BitcoinJS ซึ่ง wallet ที่ง่ายที่สุดในการ crack คือ wallet ที่สร้างขึ้นก่อนเดือนมีนาคม 2012
การค้นพบครั้งนี้ทำให้เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับพฤติกรรมของ open-source dependencies และวิธีการที่ช่องโหว่ในไลบรารีพื้นฐานเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้าน cascading supply chain ได้ เหมือนกับที่ได้เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ในกรณีของ Apache Log4j ในช่วงปลายปี 2021
    Unciphered ระบุว่า ช่องโหว่นี้ถูกนำมาใส่ใน Wallet ที่สร้างด้วยซอฟต์แวร์อยู่แล้ว และจะอยู่ตลอดไปจนกว่าจะย้ายเงินไปยัง wallet ใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยซอฟต์แวร์ตัวใหม่

16/11/2566

Trap Stealer HAAS ใหม่สามารถขโมยข้อมูลในเวลาเพียง 6 วินาที


Trap Stealer เป็นโอเพนซอร์สที่ใช้ Python ในการดึงข้อมูลที่สำคัญจำนวนมากจากระบบที่ถูกโจมตีได้ภายในเวลาเพียง 6 วินาที โดยผู้ไม่ประสงค์ดีจะพยายามหลอกลวงเป้าหมายผ่านเครื่องมือสร้างบัตร Gift card, Webhook Spamming และ Fake Webhook Deletion ซึ่งกระบวนการทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดเครื่องมือมาใช้งาน
โดยผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถขโมยข้อมูลที่มีความสำคัญได้ เช่น ข้อมูลรายละเอียดของระบบ, ข้อมูลผู้ใช้จากเว็บเบราวเซอร์ต่าง ๆ, Discord tokens, ไฟล์จากแอปพลิเคชัน WhatsApp(Desktop) และอื่น ๆ และใช้ Discord webhook เป็นช่องทางในการส่งข้อมูล
ในวันที่ 25 ตุลาคม นักวิจัยจาก CRIL ได้พบ Trap Stealer โอเพนซอร์สตัวใหม่ผ่าน Virus Total และยังพบว่าผู้ไม่ประสงค์ดีมีความสามารถในการพัฒนาโปรแกรมมี code ต้นฉบับทั้งหมดบน GitHub ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถใช้ขโมยข้อมูลของเป้าหมายได้ในเวลาเพียง 6 วินาทีเท่านั้น


ผู้พัฒนาโปรแกรมกำลังเพิ่มความสามารถของโปรแกรมตลอดเวลา โดยพบว่ามีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง


ข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมจะถูกจัดรูปแบบ และส่งไปยัง Discord webhook ของผู้ไม่ประสงค์ดีในช่วงเวลาที่กำหนด


นอกจากนี้ ยังมีโมดูลสำหรับการบังคับให้ระบบล่มเมื่อส่งข้อมูลเสร็จสมบูรณ์อีกด้วย

Ref : cyble

15/11/2566

Microsoft November 2023 Patch Tuesday มีการแก้ไข 5 Zero-Day และช่องโหว่อีก 58 รายการ


 แพทช์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2566 ของ Microsoft ซึ่งรวมถึงการอัปเดตความปลอดภัยสำหรับข้อบกพร่องทั้งหมด 58 รายการและช่องโหว่แบบ Zero-day 5 รายการ ขณะที่ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล (RCE) 14 รายการได้รับการแก้ไขแล้ว Microsoft ได้ให้ 1 รายการว่าร้ายแรงจากทั้งหมด และช่องโหว่ร้ายแรง 3 รายการที่แก้ไขในรอบนี้
    ได้แก่ ช่องโหว่ในการเปิดเผยข้อมูล Azure, RCE ใน Windows Internet Connection Sharing (ICS) และช่องโหว่ Hyper-V Escape ที่อนุญาตให้เรียกใช้งานโปรแกรมบนโฮสต์ที่มีสิทธิ์ระบบ

จำนวนช่องโหว่ในแต่ละหมวดหมู่ช่องโหว่มีดังต่อไปนี้:
  • 16 Elevation of Privilege Vulnerabilities
  • 6 Security Feature Bypass Vulnerabilities
  • 15 Remote Code Execution Vulnerabilities
  • 6 Information Disclosure Vulnerabilities
  • 5 Denial of Service Vulnerabilities
  • 11 Spoofing Vulnerabilities
    จากจำนวนช่องโหว่ทั้งหมด 58 รายการ ยังไม่รวมการอัปเดตความปลอดภัยของ Mariner 5 รายการ และการอัปเดตความปลอดภัยของ Microsoft Edge 20 รายการที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือน หากต้องการรายละเอียดในการอัปเดทของ Windows 11 และ Windows 10

รายการช่องโหว่ของ Zero-Day 5 รายการ
    Patch Update รอบนี้ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่แบบ Zero-Day โดยที่ 3 รายการยังคงไม่แก้ไขได้ และ อีก 2 รายการถูกแก้ไขและเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วดังนี้

3 ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูง และยังคงไม่ได้รับการแก้ไข
  1. CVE-2023-36036 - Windows Cloud Files Mini Filter Driver Elevation of Privilege Vulnerability
  2. CVE-2023-36033 - Windows DWM Core Library Elevation of Privilege Vulnerability
  3. CVE-2023-36025 - Windows SmartScreen Security Feature Bypass Vulnerability
2 ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูง และได้รับการแก้ไขแล้วใน Patch นี้
  1. CVE-2023-36413 - Microsoft Office Security Feature Bypass Vulnerability
  2. CVE-2023-36038 -- ASP.NET Core Denial of Service Vulnerability
ยังมีการอัพเดทจากทางบริษัท อื่น ๆ อีก เช่น
รายละเอียดเพิ่มเติ่มของการ Update patch ประจำเดือน พฤศจิกายน 2566 สามารเข้าดูได้ที่

10/11/2566

ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ MSIX App Packages โจมตี Windows PCs ด้วยมัลแวร์ GHOSTPULSE




   ตรวจพบการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหม่ ด้วยการใช้ MSIX Windows App Packages ใน Application ยอดนิยม อย่าง Google Chrome, Microsoft Edge, Brave, Grammarly และ Cisco Webex เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า GHOSTPULSE
    โดย Joe Desimone นักวิจัยของ Elastic Security Labs ระบุในรายงานทางเทคนิคที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า MSIX เป็น Windows app package format ที่กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถใช้ประโยชน์จากแพ็คเกจเพื่อแจกจ่าย และติดตั้งแอปพลิเคชันของตนให้กับผู้ใช้ Windows อย่างไรก็ตาม MSIX ต้องการการเข้าถึง signing certificates ที่ซื้อ หรือถูกขโมยมา ซึ่งทำให้สามารถใช้งานได้กับหลายกลุ่ม
วิธีการคือผู้ไม่ประสงค์ดีจะหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งโปรแกรมปลอม โดยหลอกว่าเป็นโปรแกรมที่ปลอดภัย ด้วยการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Search Engine หรือการฝังมัลแวร์ในลิงค์โฆษณา โดยเริ่มจากการให้ผู้ใช้รันไฟล์ MSIX บน Windows เพื่อติดตั้ง ซึ่งจะส่งผลให้มีการดาวน์โหลด GHOSTPULSE อย่างลับ ๆ บนโฮสต์จากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ("manojsinghnegi[.]com") ผ่านสคริปต์ PowerShell

    กระบวนการนี้มีหลายขั้นตอน โดยเพย์โหลดแรกจะเป็นไฟล์ TAR ที่มีไฟล์ที่ปลอมแปลงเป็น Oracle VM VirtualBox (VBoxSVC.exe) แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นไบนารีที่ถูกต้องที่มาพร้อมกับ Notepad++ (gup.exe) โดยภายในไฟล์ TAR ยังมี handoff.wav และ libcurl.dll เวอร์ชันโทรจันที่ถูกโหลดไว้ เพื่อนำไปสู่กระบวนการต่อไป โดยอาศัย gup.exe ซึ่งใช้ในการโจมตีแบบ DLL Side-Loading
Desimone ระบุว่า PowerShell จะแยก VBoxSVC.exe ที่โหลดจากไดเร็กทอรีปัจจุบันซึ่งเป็น DLL libcurl.dll ที่เป็นอันตราย ด้วยการลดขนาดของโค้ดมัลแวร์ ทำให้สามารถหลบเลี่ยงการสแกน AV และ ML แบบไฟล์ได้

  ต่อมาไฟล์ DLL จะมีการแยกวิเคราะห์ handoff.wav ซึ่งจะมีเพย์โหลดที่เข้ารหัส และดำเนินการผ่าน mshtml.dll ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียกว่า module stomping เพื่อโหลด GHOSTPULSE ในท้ายที่สุด
GHOSTPULSE จะทำหน้าที่เป็น loader โดยใช้ process doppelgänging เพื่อเริ่มต้นการดำเนินการในขั้นสุดท้าย ซึ่งรวมถึง SectopRAT, Rhadamanthys, Vidar, Lumma และ NetSupport RAT