13/04/2566

ทดลองใช้ swagger

 

        swagger คือเครื่องมือที่เอาไว้ช่วยในการสร้างเอกสารหรือคู่มือสำหรับ rest api สำหรับในบทความนี้เราจะมาลองใช้ swagger กัน

แต่ก่อนที่จะไปใช้กันจำเป็นต้องมี 2 สิ่งเพื่อที่จะใช้  
  1. Swagger Editor 
  2. api ที่เราจะนำมาทดสอบ 
       ซึ่งในการติดตั้ง swagger editor เราจะติดตั้งบน docker กันหรือหากไม่อยากติดตั้งสามารถเข้าไปใช้ ผ่านลิ้งค์นี้ได้เลย SwaggerEditor

        ก่อนอื่นก็มาติดตั้ง swagger editor กันก่อนให้ใช้คำสั่ง
 docker pull swaggerapi/swagger-editor

          ถัดมาก็ทำการ run docker image ด้วยคำสั่ง

 docker run -d -p 80:8000 swaggerapi/swagger-editor

           เมื่อเข้ามาหน้าแรกจะเป็นตามภาพด้านล่างเลย จะมี  api ตัวอย่างให้ทดลองใช้อยู่


            แต่ในบทความนี้เราได้เตรียม api มาทดสอบเองดังนั้นจะไม่ใช้ตัวอย่างของทาง swagger 

1. ขั้นแรกก็ทำการกำหนด version ของ swagger ก่อนซึ่งในบทความนี้จะใช้เป็น swagger 2.0 

2. เมื่อกำหนด version เสร็จก็มาใส่รายละเอียดของ rest api จากนั้นใส่ host ของ api ที่เราเตรียมมาไว้ทดสอบ และทำการใส่ protocal สามารถใส่ได้มากกว่าหนึ่งค่า


 3. 
จากนั้นมาสร้าง path เพื่อใช้ทดสอบ


4. เมื่อสร้าง path เสร็จแล้วก็มาที่หน้าจอฝั่งขวาเพื่อทำการทดสอบ ในการทดสอบให้กดที่ try it out แล้วกด execute ก็จะได้ผลลัพธ์ดังภาพ






11/04/2566

พบมัลแวร์ Rilide ใหม่ โจมตีผ่าน Chromium Web Browsers


พบ Hacker ปลอมแปลงเป็นส่วนขยายเพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและ Cryptocurrency

    Rilide แฝงตัวเป็นส่วนขยายของ Google Drive สามารถการบันทึกภาพของ Browsing History และซ่อน Script ที่เป็นอันตรายเพื่อถอนเงินจากการแลกเปลี่ยน Cryptocurrency ต่าง ๆ นอกจากนี้  Malware สามารถปลอมแปลงกล่องโต้ตอบ และ หลอกลวงให้ผู้ใช้งานป้อนรหัสยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนเพื่อถอดถอน Digital Assets Trustwave กล่าวว่ามี Campaign สองตัวที่ต่างกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Ekipa RAT และ Aurora Stealer ที่นำไปสู่การติดตั้งส่วนขยายของเบราว์เซอร์ที่เป็นอันตราย
    Ekipa RAT แพร่กระจายผ่าน ไฟล์ Microsoft Publisher ที่ติดกับดัก, Google Ads ปลอม ที่เป็นตัวนำส่งของ Aurora Stealer เป็นเทคนิคทั่วไปที่พบได้มากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การโจมตีทั้งสองแบบช่วยให้ทำ Rust-based Loader ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ มีการแก้ไข ไฟล์ LNK ของเบราว์เซอร์ และสร้างการใช้คำสั่งของ Load Extension เพื่อปล่อย add-on


    หนึ่งในฟีเจอร์โดดเด่นที่มีการนำมาใช้จาก source code ที่หลุดออกมา คือ การสลับที่อยู่ใน Wallet ของ Cryptocurrency ด้วย Hard-Coded ของผู้ที่ทำการควบคุม
คำแนะนำ
  • ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์ และทำการ Full-scan เป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงลิงก์แปลกปลอม และ ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
  • อัปเดตเว็บเบราว์เซอร์ และ ลบปลั๊กอินที่ไม่จำเป็น
  • ตรวจสอบ ชื่อ Email, Link ชื่อ Domain ต้องตรงกับหน่วยงาน
  • สังเกตเว็บหน่วยงานต้องมี HTTPS

10/04/2566

CISA แจ้งให้หน่วยงานต่าง ๆ รีบทำการอัปเดตแพตซ์ช่องโหว่เพื่อป้องกันการโจมตีจาก spyware


    Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) หน่วยงานด้านความมั่นคงทางไซเบอร์สหรัฐ สั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลาง ทำการอัปเดตแพตซ์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีเพื่อติดตั้งสปายแวร์บนอุปกรณ์มือถือ
    โดยช่องโหว่ที่ CISA แนะนำให้รีบทำการอัปเดต ถูกพบว่าเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีที่มุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ใช้งาน Android และ iOS ที่ถูกค้นพบโดยทีมนักวิจัย Threat Analysis Group (TAG) ของ Google ต่อมาได้พบการมุ่งเป้าการโจมตีไปยังผู้ใช้งาน Android ของ Samsung ที่ใช้ Samsung Internet Browser รวมไปถึงแคมเปญการโจมตีไปยัง Android เพื่อถอดรหัส และขโมยข้อมูลจากแอปแชท และเบราว์เซอร์
    โดยทาง CISA ได้เพิ่มช่องโหว่ห้าในสิบรายการที่ถูกใช้ในแคมเปญการโจมตีด้วยสปายแวร์สองรายการในแคตตาล็อก Known Exploited Vulnerabilities (KEV):
  • CVE-2021-30900 ช่องโหว่ใน Apple iOS, iPadOS และ macOS
  • CVE-2022-38181 ช่องโหว่ใน Arm Mali GPU Kernel Driver Use-After-Free
  • CVE-2023-0266 ช่องโหว่ใน Linux Kernel Use-After-Free
  • CVE-2022-3038 ช่องโหว่ใน Google Chrome Use-After-Free
  • CVE-2022-22706 ช่องโหว่ในArm Mali GPU Kernel Driver
    ทั้งนี้ CISA ได้แนะนำให้ทำการอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ 5 รายการที่ได้เพิ่มไปใน KEV ตามคำสั่งการปฏิบัติงานที่ต้องรักษาความปลอดภัยเครือข่ายของตนจากช่องโหว่ทั้งหมดที่เพิ่มเข้าไปในรายการช่องโหว่ของ CISA ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตี รวมไปถึงประกาศขอความร่วมมือให้หน่วยงาน องค์กร และบริษัทต่าง ๆ รีบทำการอัปเดตช่องโหว่เพื่อป้องกันการถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

07/04/2566

พบ MacStealer malware ตัวใหม่ใน macOS ที่สามารถขโมยรหัสผ่านจาก iCloud Keychain


    ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของ Uptycs พบ MacStealer malware ใหม่ที่กำหนดเป้าหมายการโจมตีไปยัง macOS เพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ที่จัดเก็บไว้ใน iCloud KeyChain และเว็บเบราว์เซอร์ cryptocurrency wallet และไฟล์ข้อมูลที่มีความสำคัญ

MacStealer มุ่งเป้าหมายการโจมตีไปยัง macOS
  ผู้เชี่ยวชาญพบ MacStealer ในเว็บไซต์ hacking forum แห่งหนึ่งในเดือนมีนาคม 2023 โดยมีผู้นำมาโปรโมต และวางแผนที่จะนำมาขายในราคา $100 พร้อมทั้งโฆษณาว่า MacStealer เป็น Malware-as-a-Srvice (MaaS) ที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับแคมเปญการโจมตีของกลุ่ม Hacker ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก โดย malware นี้รองรับการโจมตีบน macOS ตั้งแต่ macOS Catalina (10.15) จนถึงเวอร์ชันล่าสุด Ventura (13.2) ซึ่งขณะนี้ MacStealer ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และปรับปรุง แต่จะนำเพย์โหลด DMG ที่สร้างไว้แล้วมาขายก่อนล่วงหน้า


โดย MacStealer จะมาพร้อมกับความสามารถในการขโมยข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้
  • ข้อมูลรหัสผ่านบัญชี คุกกี้ และรายละเอียดบัตรเครดิตจาก Firefox, Chrome และ Brave
  • ข้อมูลไฟล์ TXT, DOC, DOCX, PDF, XLS, XLSX, PPT, PPTX, JPG, PNG, CSV, BMP, MP3, ZIP, RAR, PY และ DB
  • ข้อมูล Keychain database (login.keychain-db) ในรูปแบบเข้ารหัส base64
  • การรวบรวมข้อมูลระบบ
  • การรวบรวมข้อมูลรหัส Keychain
  • ข้อมูล Coinomi, Exodus, MetaMask, Phantom, Tron, Martian Wallet, Trust wallet, Keplr Wallet และ Binance cryptocurrency wallet
    Keychain database เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยใน macOS ซึ่งเก็บรหัสผ่าน คีย์ส่วนตัว และใบรับรองของผู้ใช้งาน โดยเข้ารหัสด้วยรหัสผ่านของผู้ใช้ ทำให้สามารถป้อนข้อมูลใบรับรองการเข้าสู่ระบบบนหน้าเว็บ และแอปได้โดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนการโจมตีของ MacStealer
    โดย Hacker จะทำการหลอกล่อให้เป้าหมายทำการติดตั้ง MacStealer ที่เป็นไฟล์ DMG ไปยังเครื่อง macOS หลังจากนั้นระบบจะแสดงรหัสผ่านปลอมให้เป้าหมายทำการเรียกใช้คำสั่งอันตรายที่จะอนุญาตให้malwareทำการรวบรวมข้อมูลรหัสผ่านจากเครื่องเป้าหมายเก็บไว้ในไฟล์ ZIP และส่งข้อมูลที่ขโมยมาไปยัง Command and Control (C2) Server ของ Hacker ในภายหลัง


    นอกจากนี้ MacStealer จะส่งข้อมูลพื้นฐานบางอย่างไปยัง Telegram ที่มีการตั้งค่าไว้ล่วงหน้า ทำให้ Hacker ได้รับการแจ้งทันที เมื่อมีข้อมูลใหม่ที่ถูกขโมย และดาวน์โหลดไฟล์ ZIP


    แม้ว่าการโจมตีส่วนใหญ่ของบริการ MaaS จะมุ่งเป้าการโจมตีไปยัง Windows แต่ก็เริ่มมีการตั้งเป้าหมายไปที่ macOS ด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้งานควรระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

05/04/2566

Microsoft เผยแพร่วิธีการตรวจจับการโจมตีจากช่องโหว่ใน Outlook


    Microsoft เผยแพร่คำแนะนำเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจจับ หรือค้นหาสัญญาณของการโจมตีจากช่องโหว่ใน Microsoft Outlook
   CVE-2023-23397 (คะแนน CVSS 9.8/10 ความรุนแรงระดับ Critical) เป็นช่องโหว่ที่ทำให้สามารถยกระดับสิทธิ์ใน Outlook client for Windows และนำ NTLM Hash ไปใช้โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว โดยการส่งข้อความที่มีคุณสมบัติ extended MAPI ที่มี UNC path ไปยัง SMB share (445) ที่ถูกควบคุมจากผู้ไม่ประสงค์ดี โดยช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระต่อระบบ Windows เท่านั้น


รายงานการตรวจจับการโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2023-23397
    Microsoft ได้เผยแพร่เทคนิคต่าง ๆ เพื่อค้นหาสัญญาณของการโจมตีช่องโหว่ใน Microsoft Outlook ดังกล่าว รวมไปถึงวิธีการป้องกันจากช่องโหว่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น Script ที่เอาไว้ตรวจสอบว่า Exchange Server ได้ถูกโจมตีอยู่หรือไม่ รวมถึง IOC ต่าง ๆ ในกรณีที่ ผู้ไม่ประสงค์ดี ได้ลบร่องรอยการโจมตีออกไปแล้ว
    โดยแหล่งที่มาของ Indicators of Compromise (IOC) ที่บ่งชี้ถึงสัญญาณของการถูกโจมตีจากช่องโหว่ Outlook มาจากหลากหลายแหล่งเช่น firewall, proxy, VPN, RDP Gateway logs รวมถึงบันทึก Azure Active Directory sign-in logs for Exchange Online users และ IIS Logs for Exchange Server
    นอกจากนี้ยังรวมไปถึงจาก security team เช่น Windows event log และ Alert จาก Endpoint Detection and Response (EDR) เนื่องจากในเหตุการณ์การโจมตีช่องโหว่ จะมี IOC ที่เชื่อมโยงกับการโจมตีผู้ใช้ Exchange EWS/OWA รวมถึงการเปลี่ยนแปลง permission ในโฟลเดอร์ mailbox ซึ่งจะทำให้ ผู้ไม่ประสงค์ดี สามารถเข้าถึงอีเมลของเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำในการป้องกันช่องโหว่ CVE-2023-23397
    นอกจากนี้ Microsoft ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการป้องกันการโจมตีจากช่องโหว่ดังกล่าว โดยแนะนำให้รีบทำการ Update Patch ด้านความปลอดภัยของ Outlook ทั้งใน Exchange Online, Exchange Server และ platform และ มาตรการอื่น ๆ ที่บริษัทสามารถใช้เพื่อป้องกันการโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2023-23397 ได้ ดังนี้ :
  • หากในบริษัทมีการใช้งาน Microsoft Exchange Server ภายในบริษัท ควรทำการอัปเดตด้านความปลอดภัยโดยด่วนเพื่อป้องกันการโจมตีจากช่องโหว่ดังกล่าว
  • เมื่อพบเห็นการแจ้งเตือนที่น่าสงสัยหรือเป็นอันตราย ให้ทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มีการใช้ Script เพื่อลบข้อความ หรือคุณสมบัติบางอย่างหรือไม่ รวมไปถึงเตรียมแผนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ ในกรณีที่พบการโจมตี
  • ให้ทำการรีเซ็ตรหัสผ่านของบัญชีใด ๆ ที่สามารถเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับผู้ใช้งานที่มีการใช้งานที่ผิดปกติ หรือมีการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้งานรายนั้น
  • ใช้การตรวจสอบสิทธิ์แบบ multifactor authentication เพื่อลดผลกระทบของการโจมตี Net-NTLMv2 Relay (ใช้ในการป้องการโจมตีทางออนไลน์)
  • ปิดservice ที่ไม่จำเป็นใน Exchange
  • จำกัดการรับส่งข้อมูล SMB โดยบล็อกการเชื่อมต่อบนพอร์ต 135 และ 445 จากที่อยู่ IP ขาเข้าทั้งหมด ยกเว้นที่อยู่ในรายการที่อนุญาตให้ใช้งาน
  • ปิดใช้งาน NTLM บนเครือข่าย
วิธีการในการตรวจสอบ techcommunity.microsoft